วันจันทร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

เหตุผล 3 ข้อ ทำไมคุณต้องทานน้ำมันปลา: แล้วร่างกายของคุณจะรู้สึกขอบคุณ | 3 Reasons Why You Need Fish Oil: Your Body Will Thank You!


เหตุผล 3 ข้อ ทำไมคุณต้องทานน้ำมันปลา: แล้วร่างกายของคุณจะรู้สึกขอบคุณ | 3 Reasons Why You Need Fish Oil: Your Body Will Thank You!


by Health Fit with Chloe | Chloe Channel

สวัสดีคะทุกคน กลับมาอีกครั้งวันนี้เรามีบทความดีๆเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้จากน้ำมันปลามาฝากกันนะคะ ต้องขอขอบคุณ bodybuilding.com เขียนโดย Shannon Clark ที่ได้เขียนเนื้อหาดีๆให้พวกเราคะ



ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหาวิธีการสร้างกล้ามเนื้อเพิ่มหรือคุณอยากหาวิธีที่จะรักษาสุขภาพในช่องทางที่ดีที่สุด น้ำมันปลาคืออาหารเสริมที่คุณควรเพิ่มเข้าไปในการบริโภคในแต่ละวัน มีอาหารเสริมเพียง 2-3 ชนิดในท้องตลาดที่สามารถให้ประโยชน์ได้ใกล้เคียงกับน้ำมันปลา ไม่ว่าคุณจะคือใคร แน่นอนว่าคุณจะได้รับประโยชน์จากมันแน่นอน

ประโยชน์ที่ได้จากน้ำมันปลา:


  • ช่วยให้ร่างกายมีระดับคอเลสเตอรอลที่เหมาะสมต่อร่างกาย
  • ช่วยให้คุณอารมณ์ดี
  • ช่วยรักษากระดูกของคุณให้แข็งแรง

ทานน้ำมันปลาเพื่ออะไร?

น้ำมันปลาเป็นกรดไขมันรูปหนึ่งที่เป็นอนุพันธ์ที่ได้จากเนื้อเยื่อของไขมันปลา น้ำมันปลามี กรดไขมันโอเมก้า 3 อยู่ รวมถึง Eicosapentaenoic Acid (EPA) และ Docosahexaenoic Acid (DHA) ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจอย่างมากในตอนนี้ในด้านงานวิจัยในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมานี้

ใครที่บริโภคไขมันปลาในปริมาณที่มากมีแนวโน้มที่ไม่ต้องทานอาหารเสริมน้ำมันปลาในรูปแบบแคปซูลมากเท่าที่ทานไขมันปลา อย่างไรก็ตามคุณควรจำไว้ว่ามีเมนูปลามากมายหลายชนิดที่มีสารปรอทให้ปริมาณที่ค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นสารที่ต้องมีการวัดปริมาณที่สะสมในร่างกาย


ถ้าระดับของปรอทดังกล่าวมีปริมาณที่สูงจนถึงระดับที่สามารถทำให้เกิดปัญหาได้ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะรักษาความสมดุลเอาไว้ น้ำมันปลาแคปซูลหรือทานควบคู่ไปกับไขมันปลาบ้างเป็นบางครั้งบางคราวจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะรักษาระดับความต้องการของคุณในระดับที่เหมาะสม

อาหารเสริมน้ำมันปลาให้ประโยชน์ได้อย่างมากมาย แนะนี่ก็เป็น 3 เหตุผลสำคัญที่คุณควรจะต้องรู้


1. ช่วยรักษาระดับคอเลสเตอรอลให้อยู่ในระดับที่ดีต่อสุขภาพ


การทานอาหารเสริมน้ำมันปลาช่วยรักษาระดับคอเลสเตอรอลในเลือดให้อยู่ในระดับที่ปกติได้ เพิ่ม 3-6 กรัมของน้ำมันปลาต่อวันสามารถช่วยเพิ่มระดับอัตราส่วนของ HDL/LDL ส่งให้ระดับความเข้มข้นของ Triacylglycerol อยู่ในระดับที่ดีต่อสุขภาพได้

ถ้าคุณเริ่มทานน้ำมันปลาควบคู่กับการทานผักและผลไม้สดในปริมาณมาก คุณก็จะมีสุขภาพโดยรวมที่ดีและดูดีเลย


2. ช่วยรักษากระดูก


เมื่อคุณยิ่งมีอายุมากขึ้น โดยเฉพาะผู้หญิงที่เข้าสู่ช่วงที่หมดประจำเดือนและผู้ที่ไม่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮิร์โมนโปรเจสเตอโรนในระดับที่ปกติ กระดูกจะเริ่มบางลง ซึ่งสิ่งนี้จะก่อให้คุณประสบกับโรคกระดูกพรุน

มีงานวิจัยมากมายที่ค้นพบผลกระทบของปริมาณไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนชนิดยาวที่มีต่อความหนาแน่นของกระดูกและความสมดุลของแคลเซียมในผู้หญิงที่หมดประจำเดือน และพบว่าผู้ที่ทานกรดไขมันในปริมาณที่มากกว่าจะช่วยในการรักษาสุขภาพกระดูกให้อยู่ในสภาพที่ดีได้


วิธีที่ดีที่สุดที่ช่วยรักษากระดูกโดยรวมให้อยู่ในสภาพที่ดีได้คือคุณต้องแน่ใจว่าคุณได้รับปริมาณแคลเซียมที่เพียงพอในอาหารแต่ละมื้อของคุณ หลังจากที่คุณได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้แล้ว ถือเป็นหนทางที่ดีที่เริ่มหันมาให้ความสนใจในการหันมาทานน้ำมันปลา

สิ่งสำคัญคือคุณต้องแน่ใจว่าคุณได้รับปริมาณอัตราส่วนที่เหมาะสมของกรดไขมันโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 การทานโอเมก้า 6 มากเกินไปและทาน โอเมก้า 3 น้อยเกินไป สามารถทำให้คุณมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการลดความหนาแน่นของกระดูก หรือปริมาณกระดูกลดลง


3. ทำให้คุณอารมณ์ดี


งานวิจัยได้เผยว่าการเพิ่มการทานน้ำมันปลาในมื้ออาหารของคุณจะช่วยทำให้คุณมีอารมณ์ที่ดีขึ้น

ในมื้ออาหารของคนส่วนใหญ่เต็มไปด้วยอาหารแปรรูปที่ไม่มีคุณค่าสารอาหารที่เพียงพอที่จะช่วยให้ร่างกายสุขภาพดีได้ สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มการสร้างความเครียดให้ร่างกาย ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความผิดปกติของอารมณ์ได้ เช่น ภาวะซึมเศร้าและภาวะวิตกกังวล



การทานน้ำมันปลาช่วยให้ระดับเซโรโทนินในร่างกายซึ่งถูกเรียกว่า "ฮอร์โมนความสุข" คุณมักจะได้รับประโยชน์จากฮอร์โมนเซโรโทนินหลังรับประทานอาหารที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูง ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้คุณอยู่ในช่วงผ่อนคลายและสงบ ด้วยเหตุผลนี้บางคนจึงอยากทานคาร์โบไฮเดรตสูงในช่วงที่เครียด

อาหารเสริมน้ำมันปลา คุณจะสามารถช่วยให้ร่างกายของคุณหรั่งเซโรโทนินในร่างกายซึ่งจะช่วยจัดการกับระดับความเครียดได้


สรุป


จากที่คุณทราบ อาหารเสริมน้ำมันปลาให้ประโยชน์มากมาย น้ำมันปลาไม่ได้ช่วยให้คุณสามารถสร้างกล้ามเนื้อได้รวดเร็วได้โดยตรง แต่โดยทางอ้อมน้ำมันปลาจะช่วยสนับสนุนให้คุณสามารถออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งคือ อาหารเสริมน้ำมันปลาช่วยทำให้คุณสุขภาพดีขึ้นโดยรวมซึ่งเป็นกุญแจที่จะช่วยให้คุณออกกำลังกายได้นานยิ่งขึ้น

#fishoil #goodhealth #seretonin #feelgood #goodmood #relax #bone #cholesteral #workout #exercise #healthfitwithchloe #cholechannel 

วันอาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

เครื่องเทศ 4 ชนิด ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกาย | 4 Spices That Enhance Your Workout Recovery

เครื่องเทศ 4 ชนิด ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกาย | 4 Spices That Enhance Your Workout Recovery


by Health Fit with Chloe | Chloe Channel


สวัสดีคะทุกคน วันนี้ Health Fit with Chloe อยากแบ่งปันบทความดีๆจาก bodybuilding.com เขียนโดย Lee Constantinou เนื่องจากเราชาวไทยชอบรสชาติจัดและเครื่องเทศกันตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว วันนี้เลยขอแอบแชร์ เครื่องเทศ 4 ชนิดที่ช่วยให้ร่างกายของคุณฟื้นฟูได้เร็วขึ้นหลังจากออกกำลังกายคะ

คนที่มีรูปร่างดีที่อยู่ในเกมการเสียเหงื่อมาเป็นระยะเวลานานมีเครื่องเทศที่แต่ละคนชื่นชอบ เพื่อพัฒนาและฟื้นฟูร่างกายของคุณหลังจากออกกำลังกาย เรามีเครื่องเทศ 4 ชนิดมาแนะนำกันคะ!


ความสอดคล้องระหว่างห้องออกกำลังกายและห้องครัวมีความสำคัญ ยกตัวอย่างเช่น เพื่อที่จะทำให้รูปร่างใหญ่ขึ้นและแข็งแรงมากขึ้น คุณอาจจะต้องออกกำลังกายแบบเดิมแต่มากขึ้นซ้ำไปซ้ำมา และในการทานอาหารของคุณ คุณควรทานอาหารที่หลากหลายในจานเดียว สิ่งนี้สามารถช่วยให้คุณรักษาแผนโภชนาการของคุณได้และการเตรียมอาหารของคุณก็ชัดเจนตรงไปตรงมาตามแบบแผน

การที่คุณทานอาหารน่าเบื่อที่ยึดติดอยู่กับรสชาติเพียงรสชาติเดียว อาจทำให้คุณกลัวกับอาหารมื้อต่อไปได้ การเพิ่มเครื่องเทศคือวิธีที่ง่ายที่สุดที่ช่วยให้อาหารเก่าๆ มีกลิ่นใหม่ได้ และไม่เพียงแต่เหล่าเครื่องเทศพวกนี้จะอร่อยเท่านั้น เครื่องเทศเหล่านี้ยังไม่มีแคลอรี่อีกด้วย เครื่องเทศเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่มีต่อองค์ประกอบของร่างกายและประสิทธิภาพในการทำงานของร่างกายด้วย

เครื่องเทศที่คุณมียังใหม่อยู่หรือไม่? ถ้าไม่ ลองเพิ่ม 4 เครื่องเทศเหล่านี้ลงในรายการจ่ายตลาดของคุณ!


1. ขมิ้น


ขมิ้นเป็นพืชพื้นเมืองจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และขมิ้นยังถูกใช้เป็นวัตถุดิบในอาหารอินเดียมากมาย นอกจากรสเผ็ดที่ไม่ซ้ำกันในเครื่องเทศสีทองนี้ ขมิ้นมีประวัติอันยาวนานที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ซึ่งเป็นเหตุผลที่มันถูกนำมาใช้ในยา Ayurvedic มาหลายทศวรรษ

ประโยชน์อย่างหนึ่งที่เป็นไปได้คือขมิ้นได้รับการยอมรับอย่างมากเมื่อไม่กี่ปีมาว่าสามารถใช้ในการลดการอักเสบได้ ขมิ้นนั้นสามารถนำมาใช้ในการบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อและลดการตอบสนองของร่างกายต่อความเครียดที่เกิดขึ้นในระหว่างออกกำลังกาย งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในนิยสาร The International Society of Sports Nutrition ได้เผยว่า นักปั่นจักรยานผู้ที่ทานขมิ้น จะมีระดับความเครียดและการอักเสบที่เกิดจากการอุบัติเหตุในระหว่างการแข่งขันที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ ยังมีการวิจัยในหนูทดลองพบว่ากลุ่มที่ทานอาหารเสริมที่มีขมิ้นแสดงให้เห็นว่ามีการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อที่น้อยลง จากการทดสอบการออกกำลังกายที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อ

วิธีการปรุงเครื่องเทศ: ลองเติมผงขมิ้นบดละเอียดลงในน้ำแกงหรือสตูว์ ไข่เจียว ไข่คน และธัญพืชและผักต่างๆ


2. อบเชย


อบเชยถือเป็นหนึ่งในเครื่องเทศที่ดีที่สุดระดับโลกเลย ไม่เพียงแต่รสชาติของมันเท่านั้น แต่ขมิ้นยังมีความสามารถในการยกระดับรสชาติทั้งอาหารหวานและอาหารเผ็ดได้ แต่ผงสีน้ำตาลยังมีศักยภาพในการส่งมอบสิทธิประโยชน์มากมายที่จะช่วยให้คุณสามารถโชว์เรือนร่างของคุณที่ริมชายหาดได้

อีกอย่างหนึ่ง อบเชยมีผลอย่ามากต่อการควบคุมระดับน้ำตาล สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับระดับ Methylhydroxychalcone Polymer (MHCP) ที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการเลียนแบบอินซูลิน เมื่อคุณทานอบเชย ปฏิกริยาเอนไซม์ต่างๆจะถูกกระตุ้นซึ่งจะช่วยชะลอการย่อยอาหารและชะลอระดับน้ำตาลที่จะเข้าสู่กระแสเลือด


การย่อยอบเชย 3-6 กรัม แสดงให้เห็นถึงผลกระทบในด้านบวกต่อระดับน้ำตาลในเลือดในระหว่างมื้ออาหาร ให้ผผลที่ดีเช่นเดียวกับการชะลออัตราการย่อยของกระเพาะอาหาร แม้ว่าขมิ้นยังไม่ได้แสดงผลอย่างชัดเจนต่อการอิ่ม การชะลออัตราการย่อยสลายให้ช้าลงจะช่วยให้คุณอยู่ห่างจากขนมช่วงระหว่างมื้ออาหาร

วิธีการปรุงเครื่องเทศ: อบเชยจะมีรสชาติเยี่ยมยอดมากกับทุกอย่าง "ยนมันลงไปในสมูทตี้ในตอนเช้าของคุณ ในโปรตีนเชคหรือข้าวโอ๊ต โปรยลงบนด้านบนของกรีกโยเกิร์ตหรือผสมมันเข้ากับไก่งวงของคุณ


3. พริกป่น


พริกป่นทำจากบางส่วนของต้นพืชตระกูล Capsicum Annuum ซึ่งมีความใกล้เคียงกับพริกหยวกและ Jalapenos คุณอาจจะรู้จักผงสีแดงสด ที่มีรสชาติเข้มข้น แต่มันสามารถช่วยให้คุณกำจัดไขมันออกไปได้

สารออกฤทธิ์ในพริกป่นคือแคปไซซิน แคปไซซินช่วยเพิ่มระดับการใช้พลังงานและการแตกตัวไขมันโดยการเพิ่มการทำงานของระบบประสาท ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพริกป่นเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในอาหารเสริมมากมายที่ช่วยในเรื่องของการเผาผลาญไขมัน

ปริมาณของแคปไซซินในพริกป่นนั้นมีความแตกต่างกันค่อนข้างสูง ในช่วงระหว่าง 0.1- 60 มิลลิกรัมแคปไซซิน จากปริมาณดังกล่าว เราสามารถวัดปริมาณแคปไซซินได้ประมาณ 0.8 - 480 มิลลิกรัม จากพริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ มีงานวิจัยมากมายที่ศึกษาถึงผลกระทบของแคปไซซินที่ใช้ในปริมาณ 1 ช้อนชา หรือน้อยกว่า


งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร the Public Library of Science (PLOS) ได้พบว่าการเปลี่ยนแปลงที่ดีและมีนัยสำคัญในอัตราการเผาผลาญไขมันและความสมดุลปริมาณแคลอรี่ทั้งหมด ในอาหารเสริมมักใช้ 2.56 มิลลิกรัมแคปไซซิน ต่อมื้อในระหว่าง 1 วัน

นอกจากนี้ ในอาหารเสริมที่มีแคปไซซินมีผลช่วยรักษาอัตราการย่อยสลายไขมันเพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานที่ได้จากอาหาร ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร the British Journal of Nutrition พบว่า 91 คนที่ทานอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำมาก เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ตามด้วยช่วงรักษาตัวเป็นเวลา 3 เดือน ในช่วงระยะรักษาตัวนี้ ครึ่งหนึ่งทานอาหารเสริมที่ประกอบด้วย 135 กรัมแคปไซซินต่อวัน กลุ่มทดลองนี้ได้รับแคปไซซินนี้สามารถรักษาระดับอัตราการสลายไขมันให้อยู่ในระดับที่สูงได้ตลอดระยะเวลา 3 เดือนแตกต่างจากลุ่มที่ไม่ได้ทานแคปไซซิน

วิธีการปรุงเครื่องเทศ: เพิ่มพริกป่นลงในอาหารที่เป็นโปรตีนต่างๆ สตูร์ ซูป เมนูไข่ต่างๆ ที่คุณทำ แต่มีคำเตือนว่าความร้อนแรงของแต่ละยี่ห้อนั้นแตกต่างกัน คุณอาจจะเริ่มจากปริมาณเพียงเล็กน้อยก่อนและประเมินความสามารถของคุณก่อนจะเทมันลงไป


4. ขิง


ขิงเป็นเครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุนและมีรสชาติที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์จึงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขว้าง
รากของมันมีลักษณะคล้ายต้นไม้ ลำต้นมีสีน้ำตาลอ่อนด้านนอกและมีเส้นใยเล็กๆสีเหลืองด้านใน ชาวพื้นเมืองในหลายๆ ปรเทศแถบเอเชีย นิยมใช้ขิงปรุงอาหารครอบคลุมทั่วทั้งทวีป ในส่วนของราก ขิงถูกนำมาใช้ในด้านการแพทย์ในชนเผ่าพื้นเมืองมาหลายทศวรรษ  นั้นถือเป็นเรื่องที่ดี! หนึ่งในประโยชน์ต่อสุขภาพคือขิงมีฤทธิ์รักษาอาการอักเสบได้




ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร The Journal of Pain นักวิจัยได้ทำการศึกษาผลของการทาน 2 กรัมของขิงในทุกๆ วัน เพื่อสังเกตผลกระทบที่มีต่อการลดอาการปวดของกล้ามเนื้อที่เกิดจากการแข่งขันออกกำลังกาย 18 รายการ กลุ่มรายการอาหารเสริมที่ได้รับการรับรองว่าช่วยลดอาการปวดของกล้ามเนื้อถูกเปรียบเทียบในกลุ่มยาหลอก ตลอด 24 ชั่วโมงถัดไป

ถ้าคุณเพิ่งเริ่มออกกกำลังกายใหม่ เพิ่งเริ่มออกกำลังกายเป็นกิจวัตร คุณจะเริ่มมีอาการปวดของกล้ามเนื้ออย่างแน่นอน แต่การทานขิงเพิ่มเข้าไปในการทานอาหารในแต่ละวันของคุณจะช่วยให้คุณสามารถกลับมาออกกำลังกายที่ยิมได้รวดเร็วขึ้น เร็วกว่าที่เคย

วิธีการปรุงเครื่องเทศ: ขิงสามารถหาซื้อได้ทั้งแบบสดและแบบผง เมื่อคุณใช้ขิงปรุงอาหารในรูปแบบที่เป็นราก คุณสามารถปลอกเปลือกมันออกและเก็บไว้ในตู้เย็นได้ และห่อด้วยผ้าเปียก มันจะสามารถอยู่ได้นานถึง 3 เดือนเลย

ขิงแบบผงสามารถเก็บไว้ในตู้เก็บเครื่องเทศของคุณได้ แต่คนส่วนใหญ่ชอบรสชาติของขิงแบบสดมากกว่า ลองปั่นขิงสดผสมในซุปของคุณหรือจะผสมในโปรตีนเชคของคุณก็ได้

#musclerecovery #muscle #fitness #cellrecovery #healthfitwithchloe #chloechannel #spicy #workout#healthy #bodybuilder #makemuscle

วันพุธที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

8 เคล็ดลับ ฉบับมือโปรที่จะยกระดับเกมฟิตเนสของคุณ | 8 Pro Tips To Elevate Your Fitness Game

8 เคล็ดลับ ฉบับมือโปรที่จะยกระดับเกมฟิตเนสของคุณ | 8 Pro Tips To Elevate Your Fitness Game


by Health Fit with Chloe | Chloe Channel

สวัสดีคะ Health Fit with Chloe วันนี้เรามี 8 เคล็ดลับดีๆ ฉบับมือโปรมายกระดับการเล่นฟิตเนสของคุณให้ไปอีกขั้น ซึ่งแน่นอนว่าหลายๆ คนอาจจะเริ่มเบื่อเมื่อคุณทำอะไรเดิมๆ ออกกำลังกายแบบเดิมในฟิตเนสและเริ่มรู้สึกว่าอยากจะขยับเลเวลของตัวเอง เราเลยจัดหาข้อมูลดีๆ มาแบ่งปันเพื่อนๆกันคะ

เราขอขอบคุณ bodybuilding.com เขียนโดย Shannon Clark ที่เขียน content ดีให้เราได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารกันนะคะ ในบทความนี้จะรวบรวม Cardio ที่ฝึกความแข็งแรง โดยที่ไม่ได้กระโดดข้ามการทำ Big Life ไปนะคะ และยังรวมถึงการ Life ที่ล้มเหลวด้วย นี่เป็นเพียงส่วนน้อยของความลับจากการเทรนที่ประสบความสำเร็จจากทีมของเราที่ถือได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญอันดับต้นๆ เพื่อคุณเองโดยเฉพาะเลย


คุณอาจจะเคยออกกำลังกายที่ยิมและเห็นผลลัพธ์ดีมากๆ แต่ตอนนี้คุณต้องการมันมากขึ้น อยากรู้เกี่ยวกับวิธีที่ผู้เชี่ยวชาญใช้และยังคงรักษารูปร่างให้ดูดีอยู่เสมอได้  บางครั้งคุณอาจจะต้องทำ Tweaks แค่ 2-3 ครั้งเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างความคืบหน้าให้ตัวคุณเอง

พวกเราได้ทำการสอบถามนักกีฬาฟิตเนสชั้นนำถึงคำแนะนำจากการที่จะไปถึงจุดที่ยอดเยี่ยมจากจุดที่ดีแล้ว และเคล็ดลับแต่ละอย่างนั้นสามารถช่วยคุณให้กลายเป็นนักกีฬาที่มีความสมดุลที่ดี และพร้อมที่จะเตรียมตัวรับมือกับความท้าทายต่างๆ


1. Combine Cardio With Strength Training


เพิ่ม Cardio ลงไปในส่วนของการออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงที่เป็นกิจวัตรประจำวันของคุณผ่านการ "Active Rest" โดยการการออกกำลังกายหนักๆในระยะสั้นในช่วงที่คุณกำลังพัก "มันจะช่วยให้คุณรักษาเวลาและเร่งให้คุณได้เห็นผลลัพธ์ได้เร็วขึ้น" ็Hannah Eden นักกีฬา RSP กล่าว

Eden อธิบายว่าการรักษาระดับอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ในระดับที่สูงในระหว่างที่ออกกำลังกายที่ฝึกความแข็งแรงจะช่วยให้คุณเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น สร้างกล้ามเนื้อให้ใหญ่ขึ้นและแข็งแรงขึ้น และเพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกายคุณด้วย

"เริ่มด้วย 30-60 วินาทีในการทำ Intense Cardio กับการเคลื่อนที่รุนแรง เช่น Jumping Rope, Tuck Jumps, Box Jumps และ Broad Jumps" Eden กล่าว "หลังจากนั้นก็หยิบ Heavy weights เพื่อเพิ่มปริมาณ Oxygen และสารอาหารให้ไปที่กล้ามเนื้อเป้าหมายของคุณ การผสมผสานนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะเร่งการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด"


2. Train Your Core Lifts


เมื่อพูดถึงการเลือกการออกกำลังกายของคุณ อย่ามองข้ามการทำ Big Lifts "ไม่มีทางที่จะหนีมันได้" Curtis Bartlett นักกีฬา RSP กล่าว "คุณแค่ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการทำ Lifts 2 แบบนี้ได้: Squats และ Deadlifts"


ถ้าคุณเข้ายิมเป็นปกติอยู่แล้ว โอกาสมากมายที่คุณไม่เคยเห็นที่ใครๆ ข้ามวันที่ออกกำลังส่วนหน้าอกไป แต่คุณต้องตั้งใจกับการทำ Squat Rack และคุณอาจจะสังเกตเห็นว่ามันแทบไม่เคยได้ใช้งานเลย ไม่ใช่สำหรับ Squats "แม้ว่าผู้คนจะออกกำลังกายขาของพวกเขา คุณก็จะพบเห็นได้น้อยมากที่พวกเขาจะทำท่า Squat Rack หรือ Deadlift" Bartlett กล่าว "ในขณะที่เราไม่มีอะไรไปสู้กับเครื่องจักรได้ แต่เราก็ใช้มันในช่วงท้ายของการออกกำลังกาย พวกมันไม่สามารถทดแทนประโยชน์หลักที่ได้จากการทำ Squats และ Deadlifts ได้"

Bartlett แนะนำให้ทำ Squats และ Deadlifts ที่หลากหลายในแต่ละวันสลับกันไปเพื่อสร้างและรักษาโครงสร้างพื้นที่


3. Stop The Comparison Game


"หนึ่งในคติพจน์ที่ผมใช้ในการดำรงชีวิตคือ "การเปรียบเทียบคือหัวขโมยความสุข"" Kieon Dorsey นักกีฬา RSP กล่าว "มันเป็นเรื่องที่ดีที่จะใช้คนที่คุณกำลังติดตามบนโลกโซเชียล หรือบุคคลตัวอย่างที่สร้างตำนาน เพื่อสร้างแรงกระตุ้นและแรงบันดาลใจให้ตัวคุณเอง" Kieon กล่าว "แต่อย่าเปรียบเทียบตัวคุณเองกับพวกเขา เพราะมันจะต้องมีคนที่รูปร่างใหญกว่า ดีกว่า แข็งแรงกว่า และว่องไวกว่าคุณเสมอ"


แทนที่จะทำแบบนั้น Dorsey แนะนำว่าการวัดความสำเร็จนั้นสามารถทำได้โดยดูจากความก้าวหน้าที่คุณสร้างขึ้น และโดยจดจำไว้ว่าทำไมคุณถึงเริ่มทำสิ่งนี้ตั้งแต่ครั้งแรก "มันเป็นไอเดียที่ดีมากที่เราจะใช้เวลาบ่อยครั้งซ้ำๆ และคอยดูว่ามีความก้าวหน้ามากแค่ไหนที่คุณสร้าง" Dorsey กล่าว "มองดูสิว่าคุณมาไกลแค่ไหนแล้วแทนที่คุณจะมองว่าอีกไกลแค่ไหนกว่าคุณจะไปถึง"


4. Band Up


อย่ามองข้ามพลังของกลุ่มเพื่อน! "เมื่อเร็วนี้ผมได้เริ่มก่อตั้งกลุ่มเพื่อนที่ทำงานมาร่วมการออกกำลังกายในกิจวัตรประจำวันของผม" Eden กล่าว "กลุ่มเพื่อนช่วยให้ผมได้สร้างกล้ามได้อย่างจริงจัง แทนที่ผมจะไม่ได้ตั้งเป้าหมายกับการเล่น Weight หรือ Barbell"


และด้วยยางเส้นเล็กๆ นี้ คุณสามารถสร้างการเผาผลาญได้อย่างมหาศาลและช่วยปั๊ม และ กระตุ้นการเจริญเติบโตและความแข็งแรง และลดการกระทบกระเทือนต่อข้อต่อของคุณ "กลุ่มเพื่อนนี้คือกลุ่มที่คุณจะไปพร้อมๆกับพวกเขาได้ และทีนี้คุณก็จะไม่มีข้ออ้างที่จะไม่ออกกำลังกายอีกต่อไป" Eden กล่าว

"ก๊วนเพื่อนนั้นยอดเยี่ยม เพราะพวดเขาปล่อยให้คุณได้รู้สึกกับการเคลื่อนที่ต่างๆได้เต็มที่" Eden กล่าว "คุณสามารถรักษาความตึงของกล้ามเนื้อได้อย่างต่อเนื่องในระหว่างการออกกำลังกายที่ง 2 แบบ ทั้งแบบที่จริงจังและแบบที่ไม่จริงจัง"



 5. Don't Be Afraid To Fail


อย่ากลัวความล้มเหลว ที่คุณสร้างมันขึ้นมาเอง  มันคือ "การที่คนส่วนใหญ่มองว่า "5 เซ็ตของ 10 Reps" ของการออกกำลังกายของพวกเขา และมันดูน่ากลัวที่จะเพิ่มน้ำหนักเพราะพวกเขาอาจจะไม่สามารถสร้างกล้ามได้" Bartlett กล่าว "สำหรับบางเหตุผล ผู้คนไม่เห้นว่าพวกเขาสามารถสร้าง Reps ได้ทั้งหมดกับน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น และนั่นมันก็ยังดีไม่พอ แล้วจริงๆมันหมายความว่าพวกเขาพลักดันตัวเอง"

"ผู้คนเยอะแยะมากมายที่อยู่ใน Comfort Zone ของพวกเขา และไม่ต้องการที่จะดูอ่อนแอต่อหน้าเพื่อนๆของพวกเขา" เขากล่าว "ไม่ต้องรู้สึกกลัวหรืออายกล้ามเนื้อที่อ่อนแอที่สุดของคุณ นั่นคือสิ่งที่จะช่วยคุณได้มากที่สุด"


6. Train Legs More Often


เคล็ดลับอีกอย่างที่ Dorsey แนะนำคือให้โฟกัสที่การออกกำลังกายขามากกว่าปกติ "ผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้ชาย มักจะไม่ออกกำลังกายขาเลยหรือไม่ก็ออกกำลังกายขาไม่เพียงพอ" เขากล่าว "ถ้าคุณเข้ายิม 6 วันต่อสัปดาห์ คุณควรออกกำลังกายขาอย่างน้อย 3 วัน"

Dorsey แนะนำว่าควรอุทิศเวลาให้กับการออกกำลังกายขาประมาณ 2 วัน และในวันที่ 3 รวมรวบการออกกำลังกายขาไว้ในการออกกำลังกายกิจวัตรของคุณ


"ขานั้นประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย และเมื่อมันถูกเทรนบ่อยครั้ง คุณจะสามารถเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานของร่างกายได้และนำไปสู่การหลั่งฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่มากขึ้น" เขากล่าว "ขาที่แข็งแรงจะช่วยให้คุณดูหนักน้อยขึ้น" ถ้าคุณต้องการความสมดุล รูปร่างที่สมสัดส่วน คุณควรออกกำลังกายขาของคุณและทำให้มันเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันของคุณ


7. Know Your Calorie Target


เมื่อเราพูดถึงเรื่องสารอาหาร Eden กล่าวว่า การทานอาหารน้อยเกินไปนั้นเลวร้ายกว่าการทานมากเกินไป "เมื่อตอนที่ฉันเริ่มเข้าฟิสเนตในช่วงแรกและฉันเริ่มเห็นความก้าวหน้าของรูปร่างของฉันเอง ฉันกลายเป็นคนมีสติกับคำพูดของตัวเอง" เธอกล่าว "มันไม่นานเลยก่อนที่ฉันจะเริ่มเห็นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมันช้าลงและดูคงที่ ฉันไม่สามารถจะอธิบายได้ว่าทำไม ฉันอดใจไม่ไหวและฉันคิดว่าฉันทานอาหารไม่เพียงพอ"

ร่างกายของคุณเข้าสู่โหมดการเอาตัวรอดถ้าคุณไม่ทานให้เพียงพอสำหรับความต้องการพื้นฐาน และนั่นร่างกายของคุณก็เกิดการเรียนรู้ที่จะดำรงชีวิตอยู่กับการได้รับพลังงานที่น้อย อัตราการเผาผลาญจะลดต่ำลงและคุณจะรู้สึกว่าอยากทานอาหารแม้ว่าอาหารจะน้อยก็ตาม มันอาจจะกลายเป็นวงจรอุบาท "แทนที่จะทานน้อย พยายามที่จะทานในสัดส่วนที่น้อยลงตลอดทั้งวัน" Eden แนะนำ

จัดลำดับแหล่งโปรตีนที่สำคัญ และดูให้แน่ใจว่าคุณได้รับคาร์โบไฮเดรตที่ซับซ้อนและไขมันที่เป็นประโยชน์กับสุขภาพในแต่ละวันที่คุณจำเป็นต้องใช้พลังงาน "เติมพลังงานให้กับร่างกายของคุณและอัตราการเผาผลาญพลังงานของคุณอาจจะช่วยเผาผลาญแคลอรี่ของคุณมากขึ้นในระหว่างวันแต่ละวัน"


8. Don't Try To Out-Train A Bad Diet


"ทุกคนเหนื่อยกับการได้ยินคำว่า Paleo, Macros, Low-Carb หรือ Meal Prep" Bartlett กล่าว "แต่ไม่ว่าคุณจะออกกำลังกายหนักแค่ไหน คุณจะไม่สามารถสร้างความก้าวหน้าได้เว้นแต่คุณจะทานอาหารที่ถูกต้อง"


แม้ว่าชีวิตเราจะวุ่นวายมากแค่ไหน อย่าปล่อยให้มันกลายเป็นข้ออ้างในการทานขนมหวาน แอลกอฮอล์และอาหารแปรรูปที่ทำให้คุณถอยหลังลงคลองได้ "ใช้เวลาในการหาความรู้ เตรียมความพร้อม และวางแผนสำหรับมื้ออาหารของคุณ" เขากล่าว "เมื่อคุณแน่ใจแล้วว่าคุณกำลังทานอาหารที่ร่างกายคุณต้องการจริงๆ คุณจะบรรลุเป้าหมายในการเข้ายิมของคุณได้ง่ายขึ้น"

Health Fit with Chloe หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆหลายหลายคนนะคะ แล้วพบกันกับบทความอื่นๆที่อาจจะช่วยให้คุณได้มีสุขภาพที่ดีขึ้นหรือบรรลุเป้าหมายในการออกกำลังกายของทุกท่านนะคะ ฝากติดตามด้วยนะคะขอบคุณคะ

#muscle #musclefood #optimumnutrition #optimumnutritionthailand #healthfitwithchloe #makemuscle #workout #bodybuilder #bodylove #goodshape #fitness #chloechannel #protein #burncalories #fatburn #ฟิตเนส #ออกกำลังกาย #คนรักสุขภาพ #เคล็ดลับการออกกำลังกาย

วันจันทร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ข้อเท็จจริงกับการอดอาหารไม่สม่ำเสมอ การสูญเสียไขมัน และการสร้างกล้ามเนื้อ | The Facts About Intermittent Fasting, Fat Loss, And Muscle Growth

ข้อเท็จจริงกับการอดอาหารไม่สม่ำเสมอ การสูญเสียไขมัน และการสร้างกล้ามเนื้อ
| The Facts About Intermittent Fasting, Fat Loss, And Muscle Growth


by Health Fit with Chloe | Chloe Channel


เนื่องจากช่วงนี้มีกระแสเทคนิคการอดอาหารหรือ Fasting กำลังมาแรง วันนี้ Health Fit with Chloe เลยขอแบ่งปันเนื้อหาดีๆ จาก bodybuilding.com เขียนโดย Layne Norton, PhD มาฝากเพื่อนๆกันคะ

ผู้ที่ชื่นชอบการอดอาหารที่เรียกกันว่า Fasting นั้นน่าประทับใจกับผลลัพธ์ที่พวกเขาได้ แต่นั่นใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเป้าหมายของคุณหรือไม่? นี่คือรายละเอียดทางวิทยาศาสตร์ควบคู่ไปกับทางสายกลางสู่การสร้างกล้ามเนื้ออย่างสูงสุด!



ในแวดวงฟิตเนส มากกว่าในด้านอื่นๆที่เข้าถึงจิตใจการสุดโต่งนั้นถือเป็นเรื่องธรรมดา  สภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบันคือขยะของวันพรุ่งนี้ และสิ่งที่ตรงกันข้ามจะกลายเป็นสภาพความเป็นอยู่เดิม เลนี่ได้พูดถึงเรื่องนี้ในบทความของเขาที่ชื่อว่า "The Science of Sugar and Fat-Loss" แต่มันใช่ได้กับการยกน้ำหนักกับพฤติกรรมต่างๆ รวมถึงสารอาหารด้วย

ลองคิดแบบนี้: เมื่อ 10 ปีที่แล้ว นักเพาะกายหลีกเลี่ยงการทำ Lifts ใหญ่ๆ ของ Squat Bench และ Deadlift ตอนนี้ดูเหมือนว่านักเพาะกายทุกคนจะใช้สูตรสำเร็จตามแบบฉบับ DUP สำหรับท่า Squat Bench และ Deadlift นั่นไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่พวกเขาได้ เพราะเลนี่ก็เป็นแฟนของ Lifts ทั้ง 3 แบบนี้

ตารางการทานอาหารนั้นแน่นอนว่าขึ้นอยู่กับการขึ้นลงของอารมณ์ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตรรกะของนักกีฬาเพาะกายคือการให้ทุกคนในยิมทานอาหารทุกๆ 2-3 ชั่วโมง เพื่อ "กระตุ้นระบบเผาผลาญ" และคงอยู่ในสภาวะแอนาบอลิก (ขบวนการสร้างสารโมเลกุลเล็กให้เป็นโมเลกุลใหญ่) ในช่วงนี้ที่ในยิมกำลังเป็นที่ฮือฮากันในเรื่องของการไม่ทานอาหารเป็นระยะเวลานานถึง 16-20 ชั่วโมง หรือที่เรียกกันว่า "intermittent fasting"

ทั้งสองค่ายนี้มีมีลูกศิษย์ลูกหาสาวกของแต่ละแบบ ซึ่งเลนี่ก็ไม่ได้บอกว่าแบบไหนคือถูกหรือแบบไหนผิด  แต่เราลองพิจารณาไตร่ตรองกันถึงหลักการเบื้องหลังของทั้งสองแบบ คุณอาจจะค้นพบได้ว่าแบบไหนที่เหมาะสำหรับคุณมากที่สุด


วิธีเก่าๆ: กิน กิน กิน


เรามาลองดูกันที่วิธีแบบเก่ากันก่อนดีกว่า เป็นวิธีที่ "ทานอาหารทุกๆ 2-3 ชั่วโมง" และเน้นโดยเฉพาะในเรื่องของอัตราการเผาผลาญพลังงานเรื่องแรกเลย เรื่องนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญมานานนับปีว่าการกินบ่อยขึ้นจะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานโดยรวมได้ ระหว่างที่เลนี่กำลังเห็นพ้องว่าตรรกะการคิดฟังดูดีในช่วงเริ่มต้น แต่มันไม่ได้เป็นไปตามผลการทดสอบลิมัสทางวิทยาศาสตร์เลย


แถบทุกงานวิจัยได้ตรวจสอบแล้วว่า ความถี่ของมื้ออาหารกับการวิเคราะห์อัตราการเผาผลาญพลังงานล่าสุดนั้นแสดงให้เห็นว่า ไม่มีความแตกต่างในการสูญเสียไขมันเมื่อมีการควบคุมแคลอรี่ น่าประหลาดใจที่ว่า ไม่พบความแตกต่างในกับความหิวกับการเปลี่ยนความถี่ในการทานอาหาร และอัตราการเผาผลาญพลังงานไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลยจากความถี่ในการทานอาหาร

เรื่องนี้อาจจะดูเหมือนเป็นการดูหมื่นสาวกที่นิยมการทานอาหาร 6-8 มื้อต่อวัน แต่ก็เป็นการยากที่จะโต้แย้งกับข้อมูลปรากฎ อย่างไรก็ตามนี่ก็เป็นการสูญเปล่าในการกำจัดไขมัน เมื่อความแข็งแรงและการสร้างกล้ามเนื้อเพิ่มมากขึ้นเป้นเป้าหมายหลัก การทานอาหาร 3 มื้อต่อวันอาจจะทำให้คุณได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ

นี้แหละทำไม ในโปรแกรมของเลนี่ PH3 Power and Hypertrophy Program เลนี่จึงแนะนำให้ทานอาหารที่มีโปรตีนสูงในแต่ละมื้อประมาณ 4-5 มื้อ ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบส่วนบุคคล น้อยไปกว่านั้น คุณก็กำลังทำให้ปริมาณโปรตีนเหล่านั้นเข้าไปอยู่ในแต่ละมื้อซึ่งเลนี่จะอธิบายในเรื่องนี้ทีหลัง แน่นอนว่ามันไม่ใช่ไอเดียที่ดีเลย



วิธีแบบใหม่ๆ : อดอาหารแล้วฉลองหลังจากนั้น


ถ้าโต๊ะอาหารมีไม่ถึง 8 มื้อ ดังนั้นก็หมายความว่าคุณควรทำ Intermittent Fasting แล้วล่ะ จริงไหม? อาจจะ หรืออาจจะไม่

ปัจจัยสำคัญที่สุดในการประสบความสำเร็จระยะยาวในการอดอาหารไม่ใช่เมื่อคุณกิน มันคือการยึดมั่น สิ่งที่ถูกต้องคือผู้คนไม่ได้ล้มเหลวกับการกินเพราะไม่ได้มีความถี่ของมื้ออาหารที่สมบูรณ์ แหล่งอาหารหรือน้ำยาทำความสะอาดมหัศจรรย์ แต่พวกเขาล้มเหลวกับการกินเพราะพวกเขาไม่สามารถทำให้มันคงอยู่ได้

ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าผู้คนที่ลดน้ำหนักในมากส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักกลับมาที่เดิมที่เคยลดไป และหลังจากนั้น 5 ปี พวกเขาจะมีน้ำหนักเกินจากตอนแรก นี้คือปัญหาใหญ่ และเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ การจดจ่อควรถูกนำมาใช้เพื่อปรับปรุงการกินอาหารและทำให้คงอยู่

ดังนั้น ถ้าการอดอาหารไม่สม่ำเสมอ (intermittent fasting) จะช่วยให้คุณปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตของตัวเองได้ดีขึ้นและยึดติดกับการทานอาหารแบบนั้นได้ นั้นเป็นเหตุผลที่ฟังดูดีสำหรับเลนี่ อย่างน้อยก็เหมาะสำหรับคนแต่ละคน เลนี่เองก็รู้จักคนมากมายที่สามารถจะอดอาหารในช่วงเวลาที่เฉพาะเจาะจงในแต่ละวัน เนื่องจากการที่พวกเขาขาดช่วงเวลาหิวในช่วงเวลาเหล่านั้น หรือง่ายๆเพราะว่าพวกเขายุ่งอยู่กับการทำงานและลักษณะการทานอาหารที่ดีต่อไลฟ์สไตล์ของพวกเขาได้ดีขึ้น

แน่นอนว่า ยังมีประโยชน์อื่นๆอีก แคลอรี่มากกว่า 2,500 แคลอรี่ ในระหว่าง 6-8 มื้อ และคุณจะจบลงด้วยบางส่วนที่ไม่เต็มสัดส่วน แต่แคลอรี่ที่เท่ากันทานใน 1-2 มื้อ ถือว่าเป็นการเลี้ยงฉลองที่ดีเยี่ยมเลย หลายคนชอบอดอาหารไว้แล้วทานชุดใหญ่ขึ้นทีหลัง เลนี่รู้เรื่องนี้ดีเมื่อเขาเลิกทานอาหาร 8 มื้อต่อวัน และหันมาทาน 4 มื้อต่อวันแทน เลนี่เองก็รู้สึกพอใจมากขึ้นและรู้สึกหิวน้อยลง

คุณสามารถทานแบบนี้ได้นานแค่ไหนล่ะ? แน่นอนหลายๆคนค้นพบว่าพวกเขาไม่สามารถอยู่ได้นานถึง 12 ชั่วโมงหรือมากกว่าโดยไม่กลายผู้หิวโหยจอมตะกละได้ และนี้ก็จะยิ่งทำให้พวกเขาอยากดื่มเหล้ามากขึ้น สำหรับคนอื่นที่มีแนวโน้มการทานอาหารที่ไม่เป็นเวลาเท่าไหร่ พวกเขาอาจจะเริ่มกับการทานอาหารและเริ่มที่จะกักตุนอาหาร

นี้คือสิ่งที่เลนี่กำลังหมายถึงคือ โปรโตคอลในการอดอาหารเป็นพักๆ คือ โดยปกติแล้วจะอดอาหารเป็นเวลา 16 ชั่วโมง และทานอาหาร 8 ชั่วโมง บวกลบ 2-3 ชั่วโมง แต่บางคนอาจจะเลื่อนเป็น 22/2 (อดอาหาร 22 ชั่วโมง และทานอาหาร 2 ชั่วโมง) เลนี่กล่าวว่าเขายังเคยเห็นคนที่ไม่ทานอะไรทั้งวันเพื่อที่จะได้ดื่มเหล้ามากขึ้น นั่นไม่ใช่ความผิดของการถือศีลอดนี้ แต่แน่นอนว่านั่นไม่ใช่โปรโตคอลที่เหมาะสำหรับทุกคน ดังนั้นเข้าใจแนวโน้มในการทานอาหารของคุณและสิ่งที่คุณชอบเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

ดังนั้นถ้าคุณชอบการอดอาหารและมันก็ช่วยให้คุณสามารถรักษาแบบการทานอาหารในลักษณะนี้ได้ ดังนั้นก็จงทำมัน แต่อย่าลืมจำไว้ว่ามันไม่ใช่เวทวนต์ที่และมันสามารถทำให้เกิดการผิดพลาดได้ การกำจัดไขมันเป็นคำถามในเรื่องของแคลอรี่ ไม่ใช่เวลา



การอดอาหารที่ปรับเพื่อการสร้างกล้ามเนื้อให้ได้มากที่สุด


เป็นสิ่งที่ชัดเจนในตอนนี้แล้วว่าปริมาณโปรตีนที่ได้รับต่อวันเป็นสิ่งสำคัญ แล้วคุณทานโปรตีนเท่าไหร่ต่อมื้อและมีการแจกแจงอย่างไรบ้าง แต่ระหว่างที่ผู้คนส่วนใหญ่ใช้เหตุผลนี้ในการเพิ่มปริมาณโปรตีนต่อมื้อ นี้อาจจะทำให้ผลตอบแทนที่ลดลงได้ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ สิ่งนี้สำคัญต่อการอดอาหารเป็นช่วงๆ อีกด้วย

งานวิจัยจากห้องปฎบัติการของเราได้ข้อสรุปว่าเมื่อต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการสังเคราะห์โปรตีนเพื่อใช้ในการสร้างกล้ามเนื้อ การทานโปรตีนที่มากเกินไปในช่วงเวลาหนึ่งของวันไม่สามารถทดแทนปริมาณโปรตีนที่ต่ำในช่วงเวลาอื่นของวันได้ ดังนั้นจะมีเกณฑ์ปริมาณโปรตีนที่ใช้ในการเริ่มต้นของแอนาบอลิซึมและค่าสูงสุดของ Anabolic Cap (ยาที่ใช้ในการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ)

ในทางปฎิบัติหมายความว่าถ้าส่วนใหญ่ในระหว่างวันคุณทานโปรตีนในปริมาณที่น้อย แล้วคุณก็ทานโปรตีนมากในมื้อเดียว "มันไม่ได้ไปช่วยสร้างสมดุลเลย"

ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่า Anabolic Cab คือ 40 กรัมโปรตีน และค่าต่ำสุดที่ร่างกายต้องการในการเริ่มแอนาบอลิซึมคือ 15 กรัมโปรตีน (นี้คือทฤษฎีทั้งหมดเพื่อความชัดเจน) แน่นอนว่าในช่วง 16 ชั่วโมงที่อดอาหารนั้นขบวนการแอนาบอลิของคุณจะไม่เกิดขึ้น แต่ในการทานโปรตีนของคุณให้ได้ 200 กรัมโปรตีนในช่วง 8 ชั่วโมง ภายใน 3 มื้อ คุณสามารถทานโปรตีนประมาณ 65 กรัมโปรตีนได้ในแต่ละมื้อ ตัวเลขนี้มากกว่าค่า Anabolic Cap ในทางทฤษฎีเกือบ 50%

สำหรับค่าเฉลี่ยแล้ว โจ มองว่านี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร อย่างไรก็ตามถ้าคุณต้องการได้รับประโยชน์จากการอดอาหารไม่สม่ำเสมอ แต่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างมวลกล้ามเนื้อ เลนี่แนะนำชนิดการอดอาหารไม่สม่ำเสมอที่แตกต่างกัน ดีกว่าการตัดแคลอรี่ทั้งหมดทิ้งไปคุณควรจำกัดคาร์โบไฮเดรตและไขมันในระหว่างที่คุณกำลังอดอาหาร แต่ยังคงทานโปรตีนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน จนกว่าเราจะทราบว่าความเป็นไปได้ที่จะเกิด Anabolic Cap นี้ทำให้เลนี่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในที่จะพยายามอัดมันไว้ในมื้อของคุณ

ลองทำวิธีนี้แล้วคุณจะยังคงสามารถเพิ่มปริมาณอาหารในช่วงที่คุณทานอาหารได้ และใช้ช่วงเวลาส่วนใหญ่ในระหว่างวันในการอยู่ในสภาพที่อินซูลินต่ำและเผาผลาญไขมัน แต่คุณจะสามารถดูดซึมโปรตีนในแบบที่ดีสำหรับการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อได้

#สร้างกล้าม #เวย์โปรตีน #การอดอาหาร #fasting #muscle #wheyprotein #bodybuilder #chloechannel #healthfitwithchloe #food #feeding #มื้ออาหาร #โปรตีน

วันอาทิตย์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

กฏเหล็ก 5 ข้อในการตรวจอาหารเสริมเพาะกายปลอม | 5 Rules to Detect Fake Bodybuilding Supplement

กฏเหล็ก 5 ข้อในการตรวจอาหารเสริมเพาะกายปลอม | 5 Rules to Detect Fake Bodybuilding Supplement


by Health Fit with Chloe | Chloe Channel



สวัสดีคะทุกคน วันนี้ Health Fit with Chloe อยากขอแบ่งปันข้อมูลที่เป้นประโยชน์นะคะเกี่ยวกับอาหารเสริมเพาะกายปลอมหรือเวย์ปลอมนั่นเองคะ ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล indianbodybuilding.co.in เนื้อหาบางส่วนมีการเขียนเพิ่มเติม

แม้ว่าคุณจะคิดว่าซื้อสินค้าที่ได้ชื่อว่าเป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือแล้วก็ตาม แต่ผู้จัดจำหน่ายนั้นก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะใครผลิต ใครสั่งต่อมาขายกับใคร ผ่านใครมาบ้างก่อนที่จะถึงมือเราและเราก็เปิดทาน สุขภาพของเราเท่านั้นที่จะได้รับผลกระทบต่อความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ถ้าซื้อจากผู้จัดจำหน่ายที่ไม่ได้รับการรับรอง คุณเองจะไว้ใจในผลิตภัณฑ์นั้นได้อย่างไรกัน นอกจากสมัยนี้มีเทคโนโลยีก๊อปปี้สินค้าเครื่องใช้ กระเป๋าและเครื่องสำอางค์แล้ว เวย์โปรตีนนี้ก็มีคนก๊อปปี้เช่นกันคะ ดังนั้นเลือกซื้อกับตัวแทนจำหน่ายที่ถูกต้องดีกว่า เพราะสุขภาพคุณมีคุณค่ามากกว่าราคาเวย์ถูกๆที่ลดราคานะคะ


ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพาะกายปลอมในอินเดียนั้นมีจำนวนเพิ่มขึ้นในปัจจุบันนี้ เราให้ความสำคัญกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้อย่างมากเพราะไม่ใช่แค่เพียงการสูญเสียเงินเท่านั้น แต่ยังให้ร่างกายของพวกเราเสี่ยงอันตรายอีกด้วย สามารถประเมินได้ว่ามากกว่า 60% ของอาหารเสริมที่ถูกขายไปในอินเดียเป็นของปลอม พวกเราแนะนำว่าคุณควรจะซื้ออาหารเสริมโปรตีนเพาะกายจากตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและมีการจดสิทธิบัตรอย่างถูกต้อง นอกจากนี้คุณยังสามารถซื้อผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพาะกายออนไลน์จากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ


กฎเหล็กข้อที่ 1: เช็คซีลปิดฝาขวดเสมอ



กฎข้อแรกคือคุณต้องตรวจสอบฝากระปุกและการซีลของตัวผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะของแต่ละแบรนด์และผลิตภัณฑ์แต่ละตัวด้วย ซึ่งตรงนี้ก็เป็นหน้าที่ของผู้บริโภคแล้วว่าคุณทานสินค้าตัวไหน และลักษณะของแท้นั้นมีหน้าตาแบบไหน ถ้าคุณไม่อยากเสียเวลายุ่งยากในการหาข้อมูลว่าสินค้าที่คุณซื้อมาเป็นของปลอมหรือเปล่า เราแนะนำให้คุณตัดสินใจก่อนซื้อโดยศึกษาข้อมูลร้านก่อนเช่นขอดูใบรับรองจากบริษัทผู้ผลิตว่าผู้จัดจำหน่ายเจ้านี้ได้เป็นตัวแทนจัดจำหน่ายอย่างถูกต้อง ผู้บริโภคสามารถไว้วางใจได้ เมื่อคุณเชื่อใจในร้านตัวแทนจัดจำหน่ายแล้วทีนี้ คุณก็สามารถสั่งซื้อได้ตามสบายเลย ไม่ต้องมานั่งเช็คที่ละตัวว่าของแท้ไหม



กฎเหล็กข้อที่ 2: เช็คตราโลโก้หรือภาพสามมิติ



เนื่องจากในปัจจุบันนั้นมีผู้คนมากมายที่หันมาออกกำลังกายและสนใจดูแลสุขภาพกันมากมายเหลือเกิน ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพาะกายที่ช่วยให้ร่างกายออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่มากขึ้นหรือช่วยในการซ่อมแซมร่างกายหลังการออกกำลังกายจึงขายดีเทน้ำเทท่ากันเลยทีเดียว

บางแบรนด์ก็พยายามคิดค้นตราสัญลักษณ์หรือแทบสีต่างๆ มาให้ยากต่อการก๊อปปี้ของเหล่าผู้ผลิตเถื่อนทั้งหลาย แน่นอนว่าของก๊อปปี้ย่อมทำแบบง่ายๆ ไม่ได้ใช่ส่วนผสมที่พิถีพิถันอะไร ดังนั้นราคาต้นทุนในการผลิตนั้นย่อมจะถูกตามไปด้วย และก็เป็นจุดแข็งในการขายในตลาดเพราะสามารถขายในราคาที่ถูกได้

กฎเหล็กข้อที่ 2 นี้จึงอยากให้คุณผู้บริโภคทั้งหลายหันมาตรวจสอบและสังเกตบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองทานกันอยู่ นอกจากจะสังเกตและตรวจสอบตราโลโก้แล้ว แบรนด์ดังๆคุณภาพหลายแบรนด์ก็มีสติ๊กเกอร์ภาพสามมิติแปะมาด้วยเพื่อให้ยากต่อการลอกเลียนแบบ

สำหรับในประเทศไทยตอนนี้ของแบรนด์ OPTIMUM NUTRITION แบรนด์ที่คนทั่วโลกไว้วางใจที่สุด เพื่อให้แน่ใจว่าคุณซื้อผลิตภัณฑ์ของแท้จริงๆ ให้สังเกตว่าจะมีโลโก้แสดงว่าเป็นของแท้ ตามรูปด้านล่างนี้เลย







โดยถ้ามีตราสัญลักษณ์เงินๆแบบนี้ คุณก็สามารถทานเวย์โปรตีนได้อย่างมั่นใจเลยว่านี้คือของแท้แล้ว และผู้จัดจำหน่ายก็ยินดีรับผิดชอบทุกกรณีถ้าซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นของแท้ สำหรับแบรนด์ OPTIMUM NUTRITION ในประเทศไทยผู้นำเข้าอย่างถูกต้องคือบริษัท ISN  สามารถดูได้ตามสลาก อย. ที่แปะที่ตัวผลิตภัณฑ์


กฎเหล็กข้อที่ 3: ตรวจสอบสติ๊กเกอร์ MRP


ถ้าเป็นของปลอมแล้ว ส่วนใหญ่จะมีการแปะสติ๊กเกอร์ MRP ต่างหากทำให้ดูเห็นแปลกตา บางอันอาจจะดูงานแปะไม่เรียบร้อยด้วย เรื่องนี้ก็เป็นอีกจุดสังเกตที่น่าสนใจ

กฎเหล็กข้อที่ 4: ตรวจสอบเลขที่ล๊อตการผลิต


คุณสามารถตรวจสอบเลขล๊อตที่ผลิตได้จากเว็บไซต์ผู้ผลิตของแต่ละแบรนด์นั้นๆ หรือถ้าไม่สามารถตรวจสอบเลขล๊อตการผลิตได้ คุณสามารถโทรศัพท์สอบถามฝ่ายบริการลูกค้าของบริษัทผู้จัดจำหน่ายนั้นๆได้ เพื่อขอเลขล๊อตการผลิต หรืออาจขอหลักฐานการจดทะเบียนเป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างถูกต้อง และแน่นอนว่าถ้าผลิตภัณฑ์นั้นไม่มีเลขล๊อตการผลิตที่สามารถตรวจสอบได้ นั่นคือของปลอมแล้วล่ะ




กฎเหล็กข้อที่ 5
: ตรวจสอบคุณภาพของบรรจุภัณฑ์ว่าภาพกราฟิคและฉลากนั้นแสดงข้อมูลที่ถูกต้องหรือไม่



ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพาะกายของปลอมนั้นมักจะบรรจุลงในบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพต่ำ ตัวอักษร ฉลากและภาพกราฟิคอาจผิดพลาดหรือไม่ชัดเจน ถ้าคุณภาพจากภายนอกไม่ดีแล้วคุณภาพภายในจะเป็นอย่างไรลองนึกดูกัน เราอาจจะบอกคุณให้เห็นภาพชัดเจนไม่ได้ว่าคุณภาพบรรจุภัณฑ์ดีหรือไม่ดูอย่างไร แต่คุณเองจะสามารถรู้สึกได้ว่าสิ่งที่เราพูดถึงอยู่นี้คืออะไร

สรุป

อาหารเสริมเพาะกายของปลอมสามารถส่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อสุขภาพของผู้บริโภคได้ ดังนั้นคุณจึงควรระมัดระวังในการซื้ออาหารเสริมของคุณในครั้งต่อไป และอย่าลืมที่จะเตือนเพื่อนๆที่คุณรู้จักให้ตระหนักถึงอาหารเสริมเพาะกายปลอมด้วย ทางที่ดีเพื่อแก้ไขความหวาดระแวงนี้และเพื่อให้มั่นใจว่าคุณได้ทานเวย์โปรตีนและผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพาะกายที่เป็นของแท้และปลอดภัยต่อร่างกายของคุณ เราแนะนำให้คุณเลือกซื้อจากตัวแทนผู้จัดจำหน่ายที่ถูกต้องและได้รับการรับรองจากบริษัทผู้ผลิต

สำหรับบทความนี้คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนนะคะ โดยเฉพาะคนที่ต้องรับประทานเข้าไป ร่างกายเรามีคุณค่ามีราคาแพงกว่าราคาผลิตภัณฑ์ที่ถูกคะ แน่นอนว่าของปลอมนั้นส่วนใหญ่แล้วจะราคาถูก You are what you eat!! คุณทานอะไรคุณก็จะกลายเป็นแบบนั้นนะคะ มาทานของแท้ซื้อจากตัวแทนจัดจำหน่ายที่ถูกต้อง ราคาสูงกว่านิดชีวิตดีและปลอดภัยคะ


#musclebuilder #wheyprotein #bodybuilder #fakewhey #fakeproduct #อาหารเสริมเพาะกาย
#เวย์โปรตีน #สร้างกล้าม #เวย์ปลอม #chloechannel #healthfitwithchloe

วันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

8 ทางเลือก อาหารจานด่วนสำหรับคนเพาะกล้าม | 8 Muscle-Building Fast-Food Options!

8 ทางเลือก อาหารจานด่วนสำหรับคนเพาะกล้าม | 8 Muscle-Building Fast-Food Options!


by Health Fit with Chloe | Chloe Channel


เมื่อคุณติดกับการทานอาหารจานด่วนหรือ Fast Food แล้ว อย่าอ้างว่ากระเพาะคุณพองขยายแล้วเลยหยุดไม่ได้และทานเยอะจนเกินไป พวกเราได้ค้นหาเมนูโปรดของคุณและอาหารทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนเพาะกล้าม เพื่อช่วยสนับสนุนให้คุณได้บรรลุเป้าหมายใหญ่เล็กที่คุณตั้งไว้!!


คุณอาจจะคิดว่าอาหารขยะทั้งหลายนั้นจะนำพาคุณไปสู่การอ้วนลงพุง แต่การเลือกทานอาหารที่มีคุณต่ำมันไม่ได้ช่วยให้คุณได้รับสารอาหารและกากใยที่ร่างกายคุณต้องการเลย ถ้าคุณพาให้ตัวเองตกต่ำลงโดยการทานเนื้อติดมันและธัญพืชที่เลี่ยนๆ คุณใช้เวลาอันยากทำบากในการเดินไปที่รถ หันมาสควอชสัก 2-3 ชั่วโมงกันดีกว่า

ไม่ใช่ทุกอาหารจานด่วนจะสร้างความสมดุลให้ร่างกายคุณได้ อย่างไรก็ตามการที่คุณได้ทำการบ้านล่วงหน้า ก็มีความเป็นไปได้ที่คว้าอาหารที่พร้อมทานในขณะที่คุณกำลังเดินทางโดยมันไม่บ่อนทำลายเป้าหมายในการออกกำลังกายของคุณ

เมื่ออาหารจานด่วนนั้นเป็นตัวเลือกเพียงตัวเดียวของคุณ หรือคุณอยากจะหยุดเตรียมอาหารบ้าง ลองพิจารณา 1 ใน 8 ทางเลือกเมนูอาหารสำหรับการสร้างกล้าม! ลองเปรียบเทียบเมนูอาหารเหล่านี้กับเวย์โปรตีนเชค (หนึ่งในแหล่งโปรตีนที่ทานง่ายสะดวกต่อการทานในขณะที่คุณเดินทางและยังช่วยให้คุณรักษาระดับการสร้างกล้ามอีกด้วย!!

1. Chipotle Mexican Grill


เมื่อคุณอยากจะหลุดโลก อยากให้คุณลองแวะไปที่ร้าน Chipotle ที่ร้าน Chipotle มีเมนูแคลอรี่อัดแน่นมากมายที่อุดมไปด้วยประโยชน์มากมาย การที่อาหารเหล่าดีเป็นมิตรต่อสุขภาพทำให้ง่ายต่อการที่คุณจะชอบทานและสนุกกับความอร่อยในแบบสไตล์เม๊กซิกัน


ทางเลือกที่ 1: สเต็กเบอริโตกับข้าวกล้อง ถั่วดำ ถั่วพิตโต ผักฟาจิตา ซัลซ่าข้าวโพด ซัลซ่าอ่อน ผักกาดแก้วและกวากาโมเล่ แม้ว่าคุณจะเลือกเมนูเบอริโตกับสลัด (ไม่ใส่เทอทิวลา) คุณสามารถได้รับพลังงานมากกว่า 1,000 แคลอรี่ ได้อย่างง่ายดาย และถ้าเติมกวากาโมเล่เพิ่มก็จะได้พลังงานเพิ่มมากขึ้นอีก


  • แคลอรี่: 1,320
  • ไขมัน: 48 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต: 161 กรัม
  • โปรตีน: 61 กรัม

ทางเลือกที่ 2: บลาบาโค เบอริโต กับข้าวขาวและข้าวกล้อง ถั่วดำ ซัลซ่าข้าวโพด ซัลซ่าโทมาทิลโลพริกสีเขียว ชีสและผักกาดแก้ว


  • แคลอรี่: 1,225 
  • ไขมัน: 37 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต: 168 กรัม
  • โปรตีน: 55 กรัม

ในการเลือกทานแคลอรี่ที่มีคุณเพิ่มมากขึ้น ควรมองหาชามที่มีบรรจุภัณฑ์ที่ห่อด้านในและเพิ่มเนื้อที่คุณทานอีก 1 เท่าตัว ถ้วยอาหารของคุณก็จะอุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหาร และคุณสามารถห่อได้ตามใจชอบเลย และจำไว้ให้ดีว่าให้ใส่ใจกับอาหารที่คุณทาน แม้ว่าบางครั้งอาจจะให้พลังงานกับคุณมากขึ้นอีกนิด


2. IHOP


เป็นที่รู้จักกันอย่างดีในนามของแพนเค้กนุ่มๆกับรายการท๊อปปิ้งหลากรส และความคิดสร้างสรรค์ในการสรรค์สร้างเมนูอาหารเช้าทุกรายการ เมนูขึ้นชื่อของ IHOP ที่เป็นเมนูทางเลือกสำหรับคนที่อยากเพาะกล้ามอย่างไม่สิ้นสุด


ทางเลือก 1: ทำไข่เจียวของคุณเองกับชีสพริกไทย อะโวคาโด หัวหอม พริกไทยและแพนเค้กไวท์ช๊อกโกแลตชิพ กับไซรัป


  • แคลอรี่: 1,270
  • ไขมัน: 46 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต: 165 กรัม
  • โปรตีน: 49 กรัม
ทางเลือกที่ 2: ไข่เจียวไก่ฟาจิตา กับแพนเค้กช๊อกโกแลต

  • แคลอรี่: 1,576
  • ไขมัน: 92 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต: 100 กรัม
  • โปรตีน: 87 กรัม
ถ้าคุณยังรู้สึกหิวอยู่ ลองทานขนมปังธัญพืชกับแคนาเดี่ยนแบคอนหรือข้าวโอ๊ตดูสิ!!


3.  Chick-Fil-A


เป็นที่รู้จักในนามรณรงค์ต่อต้านเนื้อวัว นี้คือสวรรค์ของคนรักไก่ ที่มีเมนูแสนอร่อยมากมายที่ทำจากสัตว์ปีกทั้งหลายรวมถึงมิลค์เชคอีกด้วย


ทางเลือกที่ 1: แซนวิซไก่ย่าง วัฟเฟิลทอดชิ้นเล็กๆ

  • แคลอรี่: 1,071
  • ไขมัน: 35 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต: 118 กรัม
  • โปรตีน: 71 กรัม
ทางเลือกที่ 2: ไก่ ไข่และเบกอลชีส อาหารเช้าเบอริโตไก่และข้าวโอ๊ตธัญพืชรวมมิตร

  • แคลอรี่: 1,075
  • ไขมัน: 43 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต: 119 กรัม
  • โปรตีน: 53 กรัม
ถ้าคุณต้องการแคลอรี่มากกว่านี้เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่คุณตั้งไว้ในแต่ละวัน ลองเพิ่มมิลค์เชคเล็กๆ ลงไป สามารถช่วยเพิ่มแคลอรี่ได้สูงถึง 500 แคลอรี่เลยทีเดียว!

4. Subway

ซับเวย์ถือเป็นแบรนด์แรกๆ ที่คนรู้จักในนามขนมปังอบสดใหม่และผักสดสีสันสดใสมากมาย เพราะความหลากหลายของเนื้อสัตว์ ท๊อปปิ้งและเครื่องปรุง คุณสามารถสั่งแซนวิซได้เกือบจะทุกชนิดหรือสลัดที่เหมาะกับเป้าหมายของคุณ!

ทางเลือกที่ 1: ขนมปังข้าวโอ๊ตผสมน้ำผึ้งขนาด 12 นิ้ว กับชีสโพรโวโลน ผักกาดหอม ผักโขม มพเขือเทศ หัวหอมใหญ่ พริกหยวกเขียวและอะโวคาโด

  • แคลอรี่: 933 
  • ไขมัน: 29 กรัม
  • คาร์ดบไฮเดรต: 112 กรัม
  • โปรตีน: 56 กรัม
ทางเลือกที่ 2: ขนมปังวีตธัญพืช 9 ชนิด ขนาด 12 นิ้วกับชีสโพรโวโลน ผักกาดหอม หัวหอมใหญ่ มะกอก ผักโขม มะเขือเทศและซอสสวีทอันเนี่ยน

  • แคลอรี่: 937
  • ไขมัน: 17 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต: 136 กรัม
  • โปรตีน: 60 กรัม
ถ้าคุณต้องการที่จะเพิ่มขนาดของคุณ ลองทานเนื้อสัตว์หรือชีสเพิ่มเป็นสองเท่า เพิ่มกวากาโมล่า หรือทานคู่กับมันฝรั่งทอดอบกรอบ!

ขอขอบคุณ bodybuilding.com ที่ให้ความรู้สำหรับบทความดีๆกับเพื่อนๆที่รักสุขภาพกันนะคะ วันนี้ Health Fit with Chloe หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับหลายๆคนคะ ไว้ติดตามบทความดีๆน่ารู้ต่อไปนะคะ สวัสดีคะ

#musclebuilder #wheyprotein #exercise #workout #healthyfastfood #อาหารจานด่วนเพื่อสุขภาพ #สร้างกล้าม #หุ่นดี #คนรักสุขภาพ #ออกกำลังกาย

วันพฤหัสบดีที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

9 วิธีเผาผลาญไขมันอย่างรวดเร็ว | 9 Ways To Burn Fat Fast

9 วิธีเผาผลาญไขมันอย่างรวดเร็ว | 9 Ways To Burn Fat Fast


by Health Fit with Chloe || Chloe Channel



วันนี้ Health Fit with Chloe อยากนำเอาเคล็ดลับเกี่ยวกับการเพิ่มการเผาผลาญพลังงานของร่างกายมาฝากกันคะ ต้องขอขอบคุณแหล่งที่มา www.bodybuilding.com นะคะ สำหรับบทความดี ๆ คะ

ลองใช้ 9 เทคนิกนี้ในการออกกำลังกายและการทานอาหารและคุณจะเห็นว่าร่างกายของคุณเผาผลาญพลังงานเหมือนเนยที่ละลายเลย

ร่างกายมนุษย์เรานั้นได้ชื่อว่าเป็นเครื่องจักรที่สามารถปรับตัวได้อย่างน่าทึ่ง แม้ว่าอาจจะเป็นปีปีที่คุณละเลยการดูแลตัวเองและอนุญาตให้ตัวเองอ้วนท้วนและสะสมไขมันเต็มไปทั่วร่างกาย คุณเองก็สามารถที่จะกำจัดมันออกไปเหมือนกับน้ำมันหมูที่ไหลออกได้เร็วเหมือนที่คุณได้นำมันเข้ามาในตัว และนั่นก็ถึงเวลาของคุณแล้ว!!

ลองใช้ 9 เทคนิกง่าย ๆ และคุณจะเห็นความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว!

1.  อย่าเชื่อตัวเลข


วิธีที่คุณจะสร้างกล้ามและนำไขมันออกนั้นคือเหตุผลหนึ่งที่เราอยากจะบอกทุกคนว่าอย่าทำตามที่ตัวเลขบอก องค์ประกอบของร่างกายและรูปร่างที่คุณมองเห็นตัวเองในกระจกนั้นสำคัญกว่าที่ตัวเลขบอก



คุณควรออกกำลังกายอย่างหนักและทานอาหารที่ถูกต้องและสร้างกล้ามเนื้อ 5 ปอนด์และเผาผลาญไขมัน 5 ปอนด์ (ประมาณ 2.7 kg) และดูซิว่าตัวเลขจะบอกอะไรกับคุณ? ซึ่งนั่นคุณก็ยังคงน้ำหนักเท่าเดิม

มันน่าหงุดหงิดมาก ที่แม้ว่าคุณจะสร้างความก้าวหน้าที่ดีแล้ว การใช้ตัวเลขเป็นตัวบ่งชี้ แล้วรูปร่างคุณที่คุณดูในกระจกล่ะ เป็นยังไง?คุณรู้สึกอย่างไร? และการที่คุณใส่เสื้อผ้าได้พอดีนั่นเป็นตัวบ่งชี้ความก้าวหน้าของคุณได้ดีกว่าไหม?

2.  ลดแคลอรี่ของคุณอย่างค่อยเป็นค่อยไป


ถ้าคุณกำลังอยากลดไขมัน อย่าลดแคลอรี่ในปริมาณที่เยอะ เพราะสิ่งนี้จะทำให้ร่างกายของคุณเข้าสู่โหมดการอดอาหาร ลดการเผาผลาญพลังงานของคุณ (ลดเมตาบอลิซึม) และนั่นจะทำให้การเผาผลาญพลังงานของคุณนั้นยากมากขึ้น

ในการที่จะป้องกันการชะลอเมตาบอลิซึมนี้และเพื่อที่จะทำให้ร่างกายของคุณเผาผลาญไขมันในอัตราที่เหมาะสม ลดแคลอรี่ของคุณเล็กน้อยทุกสัปดาห์หรือทุก 2 สัปดาห์

3.  ปรับเปลี่ยนปริมาณแคลอรี่ที่คุณได้รับ


นี้เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะเอาชนะร่างกายของคุณและยังคงเผาผลาญไขมันในร่างกายโดยที่ไม่ลดเมตาบอลิซึมของคุณ

โดยการปรับแคลอรี่ที่คุณได้รับในทุก ๆ 2-3 วัน แทนการทานอาหารที่ได้รับแคลอรี่เท่าเดิมทุก ๆ วัน โดยยังคงระวังเรื่องของระดับการอดอาหารและเผาผลาญไขมันต่อไปเรื่อย ๆ

ดร. จิม สต๊อปปานี่ (Jim Stoppani, Ph.D) ได้กล่าวว่า

"แม้ว่าอาหารในสังคมปัจจุบันนี้ค่อนข้างหาซื้อง่ายและมีเยอะแยะมากมาย ร่างกายของเราถูกออกแบบมาให้เก็บสะสมพลังงานให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อเตรียมสำหรับเวลาที่ร่างกายขาดแคลนอาหาร หนึ่งวิธีที่ร่างกายทำคือการปรับอัตราเมตาบอลิซึมตามระดับแคลอรี่ที่ได้รับ

ถ้าคุณทานอาหารและได้รับปริมาณแคลอรี่ที่เท่ากันทุกวันในช่วงที่ควบคุมอาหาร ร่างกายของคุณจะปรับอัตราเมตาบอลิซึมให้ลดลงเพื่อป้องกันคุณจากการเผาผลาญไขมันในร่างกายที่มากเกินไป มันเกี่ยวกับระดับฮอร์โมนด้วย

เมื่อระดับ เลปติน (Leptin) ขึ้นสูง อัตราเมตาบอลิซึมของคุณจะสูงด้วย เมื่อระดับเลปตินต่ำลง อัตราเมตาบอลิซึมของคุณจะลดลงด้วยเช่นกัน

เมื่อระดับแคลอรี่ของคุณลดลงและคงที่ ระดับเลปตินลดลงและส่งผลให้อัตราเมตาบอลิซึมของคุณลดลงด้วย การที่ทานอาหารมากขึ้นในบางวันและทานน้อยลงในวันอื่น ๆ จะช่วยเพิ่มระดับเลปตินได้ "

4. ออกกำลังกายด้วยเวท



การฝึกแบบใช้แรงต้าน (Resistance Training) ช่วยให้ให้คุณเผาผลาญไขมันได้หลากหลายวิธี เวทเทรนนิ่งช่วยเผาผลาญแคลอรี่ในตัวมันเอง มีการวิจัยมากมายแสดงให้เห็นว่า การเล่นเวทเทรนนิ่งให้ผลที่แตกต่างจากการออกกำลังกายแบบแอโรบิก เวทเทรนนิ่งเพิ่มแคลอรี่ที่คุณเผาผลาญได้นานสูงถึง 39 ชั่วโมงหลังจากที่คุณออกกำลังกาย

นอกจากนี้ ยิ่งคุณสร้างกล้ามเนื้อมากขึ้น คุณยิ่งเผาผลาญแคลอรี่ได้มากขึ้นในแต่ละวัน

แม้ว่าเป้าหมายของคุณเพียงแค่ต้องการจะเผาผลาญไขมันในร่างกายเท่านั้น คุณควรออกกำลังด้วยเวท สิ่งนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้น้ำหนักที่คุณสูญเสียไปกลายเป็นกล้ามเนื้อ

ถ้ามันเกิดขึ้นเมตาบอลิซึมของคุณจะช้าลง และขัดขวางความพยายามของคุณที่จะเผาผลาญไขมันและเปลี่ยนคุณให้กลายเป็นคนผอมแต่ลงพุง (Skinny-fat person)

ใช่ แม้แต่คนที่มีอาการเบื่ออาหารก็สามารถมีเปร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายสูงได้

5. ออกกำลังกายแบบ High-Intensity Intervals (HIIT)




HIIT คือการออกกำลังกายแบบสลับ โดยออกกำลังกายแบบหนักเป็นช่วง ๆ และพักเป็นช่วงๆ

ผลลัพธ์ที่ได้คือได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในระยะเวลาที่น้อยกว่า

หนึ่งในท่าโปรดของฉันคือท่ากระโดดเชือก คุณอาจจะต้องฝึกนิดหน่อยกับการออกกำลังกายนี้ หลังจากที่อบอุ่นร่างกายแล้ว ฉันจะกระโดดเชือกให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ในช่วงเวลา 10-20 วินาที ตามด้วย 30 วินาที ในจังหวะที่ช้าลง

พยายามอบอุ่นร่างกายในช่วงระหว่างเปลี่ยนท่า อย่างไรก็ตามถ้าคุณไม่ได้มีรูปร่างที่ดูดีมาก ควรเริ่มต้นด้วยการเล่นคาร์ดิโอในระดับเบาถึงปานกลางก่อน คุณอาจจะต้องปรึกษาคุณหมอของคุณด้วย

6. ทานไขมันมากขึ้น


การทานไขมันดีที่เพียงพอจะช่วยให้คุณเผาผลาญไขมัน สร้างกล้ามเนื้อและฟื้นฟูร่างกายได้เร็วขึ้นหลังจากที่คุณออกกำลังกายเสร็จ ไขมันที่มีประโยชน์นั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายหลายอย่าง รวมทั้งยังดีต่อหัวใจของคุณด้วย

แล้วไขมันอะไรล่ะที่เป็นไขมันที่ดี? ไขมันไม่อิ่มตัว (โดยเฉพาะ โอเมก้า-3) เช่นไขมันที่ได้จากปลาและถั่ว และไขมันชนิดไม่อิ่มตัวโมเลกุลเดี่ยว เช่น เนยถั่ว น้ำมันมะกอก ไข่แดงและน้ำมันตับปลา

7. ลดการทานคาร์โบไฮเดรต


ความสนใจในเรื่องของการทานอาหารที่มีปริมาณแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตต่ำสามารถแบ่งคนออกได้เป็นพวก "Pro" และ "Anti" ที่ทานคาร์โบไฮเดรตในปริมาณต่ำ ไม่ว่าคุณจะอยู่ข้างไหนสุดท้ายแล้วต่างก็ต้องการที่จะลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่คุณได้รับ โดยเฉพาะน้ำตาลและแป้งจะช่วยให้คุณลดไขมันได้

คาร์โบไฮเดรตที่คุณควรเลือกทานสามารถทานได้จากแหล่งคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าวโอ๊ตและผัก

ช่วงเวลาที่คุณได้รับคาร์โบไฮเดรตเข้าสู่ร่างกายจะส่งผลต่อการเผาผลาญไขมันของคุณ "ฉันแนะนำให้คุณลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตก่อนบ่าย 3 โมง" แนะนำโดย สมาชิกทีมงาน bodybuilding.com คุณอาชรี่ จอห์น (Ashley Johns) ที่เป็นที่รู้จักในนาม BodySpace handle Hottie-I-Am "พยายามทานคาร์โบไฮเดรตในช่วงเช้าหรือช่วงที่คุณออกกำลังกาย"

8. ทานโปรตีนมากขึ้น


การเพิ่มปริมาณโปรตีนที่ร่างกายได้รับจะช่วยเพิ่มเมตาบอลิซึมของคุณและช่วยรักษาระดับมวลกล้ามเนื้อของคุณ ทั้งหมดนี้จะช่วยให้การเผาผลาญไขมันดีขึ้น ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อคุณทานโปรตีน ร่างกายของคุณสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่าเมื่อคุณทานไขมันหรือคาร์โบไฮเดรต

เรื่องนี้สามารถอธิบายได้ว่าทำไมการทานโปรตีนมากขึ้นส่งผลต่อการเผาผลาญไขมัน เรื่องนี้ยืนยันได้จากการวิจัยที่ตีพิมพ์ในบทความ American Journal of Physiology

กลุ่มทดลอง 1 กลุ่มนั้นทานอาหารที่มีปริมาณโปรตีนสูง (มากกว่าปกติแค่ 1 กรัมโปรตีนต่อน้ำหนักตัว 1 ปอนด์ต่อวัน) ในระหว่างที่ กลุ่มที่ 2 ทานอาหารและได้รับโปรตีนเกือบเท่าปริมาณต่ำสุดที่แนะนำให้ทานต่อคนต่อวัน พบว่ากลุ่มที่ทานโปรตีนมากกว่ามีการเผาผลาญไขมันได้มากกว่า

ใช่ คุณอ่านถูกแล้ว หลายคนที่ทานโปรตีนมากขึ้นมีการสร้างมวลกล้ามเนื้อมากขึ้นโดยที่ไม่ได้ออกกำลังกาย


9. ทานอาหารมื้อเล็กลง 6 มื้อต่อวัน ไม่ใช่มื้อใหญ่ 2-3 มื้อ


นี้ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าร่างกายของคุณได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายในการสร้างกล้ามเนื้อและเผาผลาญไขมัน

ประโยชน์ที่ได้: อัตราเมตาบอลิซึมของคุณเพิ่มขึ้น และมันยังป้องกันร่างกายของคุณให้ห่างจากโหมด "อดอาหาร" ซึ่งสิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อช่วงเวลาระหว่างมื้ออาหารห่างกันนาน ๆ

ถ้าโหมดอดอาหารหรือร่างการรู้สึกขาดแคลนอาหารแล้ว ร่างกายของคุณจะเริ่มเผาผลาญกล้ามเนื้อเพื่อใช้เป็นพลังงานและเพิ่มอัตราการสะสมไขมันในร่างกายคุณด้วย นี่ทำให้ลดเมตาบอลิซึมของคุณด้วย สิ่งนี้คือสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่คุณอยากให้มันเกิดขึ้น

อย่าเป็นคนที่ช่างบ่นเกี่ยวกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับคุณที่จะอ้างว่าไม่สามารถปรับปรุงแก้ไขอะไรให้ดีขึ้นได้ อย่ากลายเป็นคน "มีความสุข" กับสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่โอเค ตอนนี้คุณสามารถใช้ความรู้เหล่านี้และลงมือทำได้แล้ว!!

ฟังดูแล้วโดนมากเลยคะ สำหรับบทความนี้ อยากฝากทุก ๆ คนไว้เป็นแรงบันดาลใจแล้วกันนะคะ ลงมือทำเท่านั้นคะ เพื่อร่างกายที่ดีกว่า !! แล้วพบกันใหม่กับบทความดี ๆ กับ Health Fit with Chloe นะคะ

#burnfat #exercise #workout #muscle #burn #เผาผลาญไขมัน #โปรตีน #กล้ามเนื้อ

"สเตียรอยด์" ไม่ใช่ยาพิษ

"สเตียรอยด์" ไม่ใช่ยาพิษ by Health Fit with Chloe | Chloe Channel Source: Men's Health March 2017 เมื่อกล่าวถึง ...